รับทำเว็บ สมุทรปราการ

ผู้เขียน หัวข้อ: Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Gear  (อ่าน 1672 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ สุชาครีย์

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 1119
    • ดูรายละเอียด
Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Gear
« เมื่อ: กันยายน 17, 2013, 01:54:49 PM »
Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Gear
สองอุปกรณ์เรือธงจากค่าย Samsung ที่เขาบอกว่าเป็นตัวความหวังในการไปสู้กับสมาร์ตโฟน (รวมไปจนถึงสมาร์ตวอทช์) ขั้นเทพแบรนด์อื่นๆก่อนใครในสยามประเทศ

ซึ่งหลังจากที่ Samsung Galaxy Note 3 ประกาศราคาออกมาแล้วว่าจะขายในบ้านเราอยู่ที่ 23500 บาทก็คิดว่ามีหลายคนจะอยากจับจองเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy Note 3 กันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย (ไหนจะดราม่าเรื่อง Samsung Exynos ปะทะ Snapdragon 800 สุดร้อนแรงนั่นอีก 555+) ก็เอาเป็นว่าบทความนี้ผมจะขอ Preview เจ้า Samsung Galaxy Note 3 ให้ทุกท่านได้ติดตามรับชมกันประกอบการตัดสินใจก็แล้วกันครับว่าจะรอซื้อหรือไม่รอซื้อดีครับ :)

ปล. Samsung Galaxy Note 3 เครื่องที่พวกเราได้ไปลองสัมผัสกันนั้นความสมบูรณ์อยู่ที่ 95% เพราะเป็นเครื่องก่อนที่จะออกวางจำหน่ายจริงนะครับ

Samsung Galaxy Note 3 specs (ข้อมูลจาก Android


Android 4.3 Jelly Bean พร้อมอินเตอร์เฟซ Touchwiz
หน้าจอขนาด 5.7 นิ้วแบบ Super Amoled ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล
ขนาดตัวเครื่อง 151.2*79.2*8.3 มม. น้ำหนัก 168 กรัม
3GB RAM
Samsung Exynos 5420 Octa Core CPU ความเร็ว 1.9GHz
กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED รองรับวิดีโอ Full HD 1080p 60fps
กล้องหน้า 2ล้านพิกเซล
NFC
Bluetooth LE
ความจุ 32GB เพิ่มเมมโมรี่การ์ด microSD ได้สูงสุด 64GB
แบตเตอรี่ความจุ 3200mAh removable battery
ปากกาสไตลัส S Pen พร้อมฟีเจอร์ทั้งเก่าและใหม่มากมายอาทิเช่น Air Command, Action Memo, Scrapbook, Screen Write, S Finder, Pen Window, S Note, Multi Window, Easy Clip, Direct Pen Input


ออฟไลน์ สุชาครีย์

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 1119
    • ดูรายละเอียด
Re: Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Gear
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 17, 2013, 02:01:47 PM »
ด้านหน้าของ Samsung Galaxy Note 3 ยังคงเอกลักษณ์ความใหญ่อลังการของ Phablet ตระกูลนี้ได้อย่างครบถ้วนด้วยหน้าจอที่คราวนี้อัพเกรดมาเป็นความละเอียดระดับ Full HD แล้วด้วย โดยหน้าจอของ Samsung Galaxy Note 3 เป็นแบบ Super AMOLED ที่คราวนี้มาแปลกเพราะสีสันจะไม่โอเวอร์เกินจริงแต่มาในโทนนุ่มนวลยังไงพิกล เรียกได้ว่าผมเห็นแวบแรกก็ยังแอบแปลกใจไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความคมชัดแล้วหน้าจอ Samsung ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมครับ

โดยบริเวณด้านหน้าตัวเครื่องนั้นก็จะมีหน้าตาเหมือน Samsung รุ่นเรือธงอื่นๆก็คือมีกล้องหน้าและไฟแจ้งเตือนสถานะ LED ติดอยู่บริเวณด้านบนส่วนปุ่ม Home, Back และ Menu จะมากระจุกตัวอยู่บริเวณด้านล่างครับ

ด้านบนของ Samsung Galaxy Note 3 มาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., ช่่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนและ IR Blaster สำหรับเปลี่ยนมือถือไปเป็นรีโมทคอนโทรลสารพัดประโยชน์อย่างใน Samsung Galaxy S4 นั่นเอง

ด้านล่างของ Samsung Galaxy Note 3 ก็จะมีรูไมโครโฟนและช่องลำโพงนะครับ ส่วนตรงกลางนี่จะเป็นพอร์ตแบบใหม่ของ Samsung Galaxy Note 3 นั่นเอง

นี่แหละครับหน้าตาของพอร์ตและหัวชาร์ตแบบใหม่ใน Samsung Galaxy Note 3 ที่เขาบอกว่าเป็น USB 3.0 เสียด้วย คราวนี้แหละเวลาโอนถ่ายไฟล์อะไรก็เร็วขึ้นอีกเยอะทีเดียว (แต่ปลายทางต้องรองรับ USB 3.0 ด้วยหน่า) อย่างไรก็ตามใครที่มีสายชาร์จแบบ Micro USB ปกติก็ยังสามารถเสียบใช้งานได้นะครับ (ผมลองมาแล้ว) โดยเราก็เสียบเข้าไปที่ด้านที่ใหญ่กว่าเท่านั้นเองก็สามารถใช้งานได้เหมือนๆกันครับ

ด้านขวาของ Samsung Galaxy Note 3 ก็จะมีแค่ปุ่ม Power เหมือนเดิมครับ และถ้าใครสังเกตดีๆจะพบว่าด้านข้างตัวเครื่องนั้นจะมีการลงลายเป็นขีดๆซี่ๆที่เขาบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากสมุดโน้ตที่มีหน้ากระดาษซ้อนกันจริงๆนั่นเอง ซึ่งผมว่าตรงนี้ดูแล้วสวยดีมากกว่าที่จะเป็นขอบโลหะเบสิคๆนะครับ


ส่วนด้านซ้ายของ Samsung Galaxy Note 3 จะเป็นปุ่มปรับระดับเสียงฮะ
สำหรับด้านหลังของ Samsung Galaxy Note 3 ถือได้ว่าเป็นจุดขายที่ทาง Samsung พยายามทำมาเพื่อลบภาพเก่าๆที่ติดตาหลายคนว่าพวกเขาเน้นใช้แต่พลาสติกธรรมดาๆดูไม่ค่อยมีราคาเท่าไหร่ (ทั้งที่ได้เรื่องความทนทานแท้ๆ) โดยคราวนี้ Samsung หันมาใช้วัสดุแบบหนังเทียม (Faux Leather) แทน

ซึ่งพอผมได้ลองมาจับจริงๆก็ต้องบอกว่าไม่ใช่หนังแท้นะครับแต่เป็นพลาสติกที่ทำลวดลายให้มีลุคแอนด์ฟีลที่คล้ายหนังเอามากๆเวลาหยิบจับแล้วมันจะรู้สึกหนืดๆนิดๆอารมณ์ประมาณแผงคอนโซลหน้ารถของเรานั่นแหละครับ ซึ่งทาง Samsung การันตีมาว่าเวลาจะหักจะงอฝาหลังแล้วรับประกันว่าไม่เกิดรอยย่นแน่นอน ส่วนเรื่องว่าเวลาไปเจอกับวัตถุคมๆเช่นกุญแจหรือมีดมาขีดข่วนฝาหลังนี่ผมก็ไม่ใจเหมือนกันว่าจะป้องกันได้มากขนาดไหน แต่จริงๆแล้วถ้าเป็นหนังจริงๆก็อาจจะเก๋กว่านี้ก็ได้นะเออ

นอกจากนี้ด้วยความที่ Samsung Galaxy Note 3 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสมุดโน้ตจริงๆก็เลยมีการตัดเย็บบริเวณขอบให้มีเหมือนตะเข็บที่เกิดจากการเย็บด้วยหนังจริงๆด้วย จะว่าไปถ้าดูเผินๆก็เหมือนตัวเครื่องใส่อยู่ในเคสหนังอีกทีเนอะ

กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลของ Samsung Galaxy Note 3 พร้อมแฟลช LED ครับ เสียดายว่ามีเวลาน้อยไปหน่อยไม่อย่างนั้นคงจะเทสต์กล้องหลังมาให้ดูกันว่าดีกว่าเดิมมั้

ช่องใส่ปากกา S Pen ทางด้านล่างของตัวเครื่อง

ออฟไลน์ สุชาครีย์

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 1119
    • ดูรายละเอียด
Re: Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Gear
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 17, 2013, 02:07:20 PM »
ในส่วนของปากกา S Pen ที่มากับตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 3 ในคราวนี้นั้นมาแปลกเพราะไม่มีโลโก้ Samsung มาด้วยแต่คิดว่าของเวอร์ชั่นขายจริงคงมีเพราะขนาดโฆษณาในเมืองนอกยังมีเลย อย่างไรก็ตามส่วนตัวผมว่าปุ่มกดสำหรับเปิดฟังก์ชั่นต่างๆของ S Pen ทำมาแนบเนียนไปกับตัวปากกามากไปนิดนึงครับทำให้เวลาจะกดใช้ต้องแอบคลำหาอยู่พอสมควรเพราะมันต้องกดปุ่มที่ว่านี้บ่อยๆ (ถ้าตัดเป็นอีกสีหรือทำให้นูนขึ้นมาหน่อยคงจะดีไม่น้อยเลยละ)

เอาละครับสำหรับ Samsung Galaxy Note 3 รุ่นที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยล็อตแรกนั้นจะมีให้เลือกด้วยกันสองสีคือสีดำ Jet Black และสีขาว Classic White ซึ่งส่วนตัวผมว่าถ้าพูดถึงด้านหน้าอย่างเดียวสีขาวจะสวยกว่าเพราะลวดลายการออกแบบมันจะเป็นเกล็ดปริซึ่มคล้ายๆกับของ Samsung Galaxy S4 ในขณะที่ของรุ่นสีดำจะเป็นลายทางขวางๆเมทัลลิคคล้ายๆกับตอน Note 2 โน่นเลยฮะ แต่อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบนะจ๊ะ

ส่วนตัวผมแล้วจากที่ลองจับมาดูเหมือนว่าฝาหลังของ Samsung Galaxy Note 3 สีดำจะให้ความรู้สึกที่ดูหรูหรามากกว่าของรุ่นสีขาวที่จับแล้วไม่ค่อยติดมือเท่าไหร่ครับ รุ่นสีดำนี่แหละให้ความรู้สึกที่เหมือนหนังจริงๆมากที่สุดแล้วฮะ สรุปแล้วอยากได้ด้านหน้าสีขาวด้านหลังสีดำสงสัยต้องไปสั่งทำรุ่นพิเศษเองซะแล้วสิเนี่ย

สำหรับฟีเจอร์ที่สำคัญที่สุดและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดแล้วของ Samsung Galaxy Note 3 นั่นก็คือเรื่องของการจดโน้ตด้วยปากกา S Pen และแอป S Note ซึ่งคราวนี้ต้องบอกว่า Samsung ได้ทำการปรับปรุงซอฟต์แวร์ภายในเครื่องให้มีความน่าใช้งานมากกว่าเดิมแบบคนละเรื่องเดียวกันเลย ใครที่เคยซื้อ Note 2 มาแล้วเสียบปากกาไว้ประดับเครื่องเก๋ๆเห็นทีว่าคงจะได้หยิบปากกาออกมาใช้งานกันจริงๆก็คราวนี้แหละครับกับ Note 3 นี่แหละ

โดยเวลาเราหยิบปากกา S Pen ออกมาจากสล็อตก็จะมีโปรแกรม Air Command ออกมาพร้อมกับอินเตอรฺ์เฟซสุดล้ำอย่างที่ทุกท่านเห็นกันอยู่บนหน้าจอนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเวลาจะเรียกโปรแกรมเหล่านี้ออกมาใช้งานก็แค่เอาปากกาไปจ่อๆไว้กับหน้าจอแล้วกดปุ่ม S Pen ก็ได้เหมือนกันครับ ซึ่งโปรแกรมนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 5 หมวดการใช้งานย่อยๆซึ่งจะประกอบไปด้วยฟีเจอร์เหล่านี้ครับ...

เริ่มต้นกันที่ Action Memo ที่จะเป็นเหมือนกระดาษโน้ตสำหรับจดทั่วไป แต่คราวนี้เมื่อจดเสร็จแล้วเราสามารถกดที่ปุ่ม Link to Action ซึ่งจะมีออปชั่นให้เราเลือกต่อประมาณ 7 อย่างซึ่งเราสามารถนำสิ่งที่เราจดนั้นไปใช้งานกับแอปฯอื่นๆได้ด้วย อย่างเช่นบนหน้าจอนี้ผมลองจดเบอร์โทรพร้อมชื่อเอาไว้ จากนั้นเราจะมากดที่ปุ่ม Contact ดูครับ

พอกดไปแล้วก็จะพบว่าข้อมูลที่เราจดเอาไว้ก็จะเข้ามาใส่ไว้ในหน้า Contact พร้อมให้เราบันทึกลงเครื่องทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาเลย...บร๊ะ

หรืออย่างถ้าผมลองพิมพ์ไปว่าสนามบินสุวรรณภูมิแล้วลิงค์คำสั่งของผมไปที่ Maps แทน.

ระบบก็จะพาผมไปที่แอปฯ Google Maps พร้อมกับบอกเส้นทางไปสนามบินสุวรรณภูมิให้ผมทันที ซึ่งฟีเจอร์นี้ผมถือว่าเวิร์คนะครับเพราะแต่ก่อนพอเราจดข้อมูลมาแล้วก็ต้องมานั่งถอดเป็นตัวพิมพ์อีกทีหนึ่งซึ่งเสียเวลามากจนไม่รู้ว่าจะจดไปทำไม 555+ โดยนอกเหนือจากเรื่อง Contact และ Google Maps ที่ว่าไปแล้ว เราก็สามารถลิงค์สิ่งที่เราจดไว้เข้ากับ Email, Message, Telephone หรือ Internet Search ได้ด้วยแฮะ




ออฟไลน์ สุชาครีย์

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 1119
    • ดูรายละเอียด
Re: Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Gear
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 17, 2013, 02:12:45 PM »
ที่สำคัญแม้แต่คลิปวิดีโอก็สามารถบันทึกมาเป็นข้อมูลใน Scrapbook ได้ไม่ใช่ว่ามีแต่ภาพหรือตัวอักษรนะครับ

Screen Write อันนี้ก็เบสิคหน่อยครับเป็นการแคปภาพหน้าจอให้เราทันทีซึ่งเราสามารถใช้ปากกา S Pen จดข้อมูลหรือโน้ตอะไรก็แล้วแต่ลงไปบนหน้าจอนั้นได้ทันทีนั่นเอง

S Finder ตัวนี้ก็จะเป็นระบบค้นหาที่น่าจะมีประโยชน์พอสมควรกับการหาไฟล์ทุกอย่างภายในเครื่องด้วยการเขียนคำหรือสัญลักษณ์ที่ต้องการค้นหาลงไปได้เลย (จะพิมพ์ก็ได้ไม่มีปัญหาครับ) ตัวเครื่องก็จะทำการค้นหาไฟล์ทุกอย่างที่แมทช์กับสิ่งที่เราป้อนเข้าไป.

โดยผลลัพธ์ของการค้นหานั้นก็จะมีทั้งไฟล์จากภายในเครื่องและค้นหาต่อไปยังแหล่งข้อมูลตามเว็บต่างๆด้วยฮะ

ปิดท้ายเรื่องของ S Pen กันด้วยโปรแกรม Pen Window ที่หากเราใช้ปากกาวาดเป็นรูปกรอบสี่เหลี่ยมขึ้นมา ก็จะมีแอปฯขนาดเล็กหรือ Widget พร้อมใช้งานเด้งขึ้นมาทันที เราก็สามารถกดใช้งานได้ทันทีไม่ต้องไปนั่งค้นหาจากในหน้าแอปอีก...

โดยแอปฯที่เปิดมาก็จะมีหน้าจอขนาดเท่ากับกรอบสี่เหลี่ยมที่เราวาดลงไปนั่นแหละครับและสามารถย่อ-ขยายได้ด้วย ส่วนแอปฯที่พักการใช้งานเอาไว้ก็จะกลายเป็นไอคอนกลมๆอย่างที่เห็นในรูปด้านบนนั่นเอง ทั้งนี้ดูเหมือนว่า Samsung Galaxy Note 3 จะเปิดแอปฯแบบ Floating Window แบบนี้ได้พร้อมกันถึง 8 แอปเลยทีเดียว...อั๊ยหย่ะชิชะเฮ้ย!!!

ขณะเดียวกันหน้าตาของโปรแกรม S Note เองก็ดูดีกว่าที่เคยเป็นมาน่าใช้กว่าเดิมเยอะ ดูสะอาดสุดๆไม่ค่อยมีอะไรไม่จำเป็นมากวนใจบนหน้าจออีกละ และที่ผมชอบมากเลยก็คือระบบเปิด-ปิด input แบบต่างๆ (ไอคอนรูปมือด้านล่าง) ที่เราสามารถตั้งค่าได้ว่าจะใส่ input ผ่านปากกา, ผ่านนิ้วมือหรือผ่านทั้งคู่เลย ซึ่งหากเราเปิดเฉพาะปากกาเอาไว้ก็จะทำให้เราสามารถวางนิ้วหรืออุ้งมือบนหน้าจอได้เลยเวลาใช้ปากกา S Pen บนหน้าจอ ไม่ต้องมานั่งจดในท่าสุดพิสดารอีกต่อไป

อีกอย่างที่ผมชอบใน S Note แบบใหม่ก็คงเป็นเรื่องของการวาดภาพชาร์ตหรือตารางแบบต่างๆที่เราสามารถใส่แค่ข้อมูลตัวเลขระบบก็จะทำการแปลงมาเป็นกราฟสวยๆให้เราแล้ว หรือถึงเราจะใช้ปากกาวาดแบบห่วยๆของเราเป็นกราฟหรือพายชาร์ตแบบง่อยๆระบบก็จะทำการแปลงภาพเหล่านั้นมาเป็นกราฟฟิคสวยๆให้เราอยู่ดีและเราก็สามารถแก้ไขข้อมูลได้ตลอดเวลาด้วยครับ

ระบบ Multi Windows ใน Samsung Galaxy Note 3 สามารถทำในสิ่งที่ทุกคนต้องการได้แล้วครับนั่นก็คือการเปิดแอปเดียวกันสองหน้าจอนั่นเอง!!! คราวนี้แหละจะแชตกับหญิงสองคนพร้อมกันมันก็ไม่ใช่ปัญหาแล้วละ :P

สำหรับกล้องเนื่องจากยังไม่ได้ลองถ่ายรูปเลยบอกไม่ได้เหมือนกันว่ากล้องดีกว่าเดิมหรือไม่ (ไว้เทสต์แล้วจะมาบอกอีกที) แต่ที่แน่ๆคือ Samsung Galaxy Note 3 มาพร้อมโหมดถ่ายภาพแบบใหม่อย่างเช่น Golf ที่จะช่วยคุณตรวจจับองศาและความเร็ววงสวิงของเหล่านักกอล์ฟทั้งหลาย (คนเล่นกอล์ฟน่าจะชอบกันมั้ง) เพื่อพัฒนาช็อตต่อๆไปของคุณ เช่นเดียวกับโหมด Surround Shot หรือก็คือ Photo Sphere สำหรับถ่ายภาพในมุมมองแบบ 360 องศานั่นเอง

อีกอย่างที่มีการแอบเพิ่มมาในระบบ Dual Shot หรือถ่ายรูปกล้องหน้ากล้องหลังพร้อมกันก็คือฟีเจอร์ Glue ที่เราสามารถปรับกรอบภาพของเราให้ไปแปะอยู่กับฉากหลังให้มันอยู่นิ่งๆได้ด้วย (ในรูปนี่ผมลองเอากล้องหน้าไปแปะไว้ที่จอทีวีในห้อง) ซึ่งไม่ว่าเราจะหันไปไหนกล้องก็จะถูกฝังเอาไว้ที่วัตถุนั้นๆแล้ว อารมณ์ก็คงประมาณแอปฯถ่ายรูปที่เอาหน้าของเราไปแปะตามป้ายโฆษณาต่างๆนั่นแหละครับ อันนี้ก็คงแล้วแต่การครีเอตของแต่ละท่านแล้วละ

แถมให้อีกอย่างที่มีการเพิ่มเข้ามาใน Samsung Galaxy Note 3 ก็คือฟีเจอร์ My Magazine ที่หากเราปัดหน้าจอขึ้นหากอยู่ในหน้า Home (แทนที่จะเป็นปัดด้านข้างอย่าง Android ปกติ) ก็จะเข้ามาสู่หน้า My Magazine ที่จะรวมทุกสิ่งที่คุณสนใจเอาไว้ในที่เดียว (คล้ายๆกับ BlinkFeed ของ HTC) ซึ่งหลักๆแล้วจะมี 3 หน้าคือ News ที่จะไปรวมฟีดข่าวต่างๆมาจากแอปฯ Flipboard, Personal ที่จะรวบรวมข้อมูลภายในเครื่องเช่นภาพ, วิดีโอหรือเพลงมาไว้ในที่เดียว, Social หน้าที่จะรวมสังคมออนไลน์ของท่านทั้งหมดมาไว้ที่นี่เป็นต้น

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแอปฯแถมที่จะบันเดิ้ลมาให้กับตัวเครื่องเป็นประจำจาก Samsung โดยในหนนี้กับ Samsung Galaxy Note 3 ทุกท่านจะได้ใช้แอปฯสเกตช์รูปขั้นเทพอย่าง SketchBook for Galaxy แถมมาให้ใช้กันฟรีๆ เปิดอิสระทางความคิดและจินตนาการกันอย่างเต็มที่จ้า :)

Samsung Galaxy Note 3 Performance

ในส่วนของประสิทธิภาพตัวเครื่องจากที่ได้ลองมาคร่าวๆก็ต้องถือว่า Samsung Galaxy Note 3 ทำออกมาได้ดีพอสมควร ไม่ค่อยมีอาการกระตุกหรือหน่วงเท่าไหร่แล้วถ้าเทียบกับตอน Samsung Galaxy S4 นะฮะแม้ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Samsung Exynos เหมือนกันแต่ก็เป็นตัวใหม่ที่มีการพัฒนาแก้บั๊กโน่นนี่พอสมควร (อย่างไรก็ตามคงต้องขอไปลองใช้จริงยาวๆก่อนครับว่าจะเวิร์คเท่ากับ Snapdragon 800 ที่ทุกคนอยากได้กันหรือไม่)

RAM ที่เพิ่มเข้ามาก็ดูเหมือนว่าจะทำให้การทำงานแบบ Multitasking หนักๆสมบูรณ์แบบมากขึ้นจริงๆ จาก 3GB RAM ที่ให้มาถ้าไม่เปิดแอปอะไรเลยจะเหลือประมาณ 1GB RAM ฮะ

ส่วนเรื่องความจุก็ต้องถือว่า Samsung เอาใจทุกท่านอย่างเต็มที่ด้วยความจุเริ่มต้น 32GB ที่ถือว่าออกมาแก้ปัญหาเรื่อง Bloatware หรือซอฟต์แวร์โน่นนี่ที่ Samsung ชอบแถมมาให้กัีบตัวเครื่องได้ดีพอสมควร อย่างน้อยๆจากความจุ 32GB เราก็จะมีพื้นที่ใช้จริงๆประมาณ 25GB แถมยังเพิ่ม Micro SD ได้อีกตั้ง 64GB ไม่พอก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วละครับ

ปล. ย้ำอีกครั้งว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างนะครับ (เห็นหลายคนชอบเข้าใจผิด) การที่จะบอกว่ามือถือเครื่องไหนดีหรือไม่ดีผมว่าต้องไปลองกับมือให้รู้แล้วรู้รอดก่อนครับว่ามันใช่กับวิถีชีวิตของคุณหรือเปล่า :)

ผลการทดสอบจาก AnTuTu Benchmark

http://techxcite.com/topic/14428.html

ออฟไลน์ polreverse

  • เด็กใหม่ ร้ายบริสุทธิ์
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Gear
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2015, 12:21:16 PM »
เครื่องใหญ่น่าใช้มากเลบยนะครับ

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
Re: Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Gear
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2015, 10:15:45 PM »
อยากได้เหมือนกัน แต่จน 55  c10 c10 c10

 


รับทำเว็บ สมุทรปราการ


View My Stats