รับทำเว็บ สมุทรปราการ

ผู้เขียน หัวข้อ: สามเณรน้อย ความรัก ความเป็นมิตร ความไม่เที่ยงแท้ กับทางสายกลาง  (อ่าน 1681 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
ความรัก ความผูกพันธ์ สายใย
สุชาครีย์ ได้เดินทางไปเข้าร่วมบรรพชาสามเณร โครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศานาทั่วไทย ประจำปีพุทธศักราช 2559 ที่วัดอมพนมวนาราม อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี


เป็นความรัก เป็นความรู้สึกผูกพันธ์ เหมือนได้พบเจอกันมาแต่ชาติปางก่อน ทั้งที่เพิ่งได้เจอกันครั้งแรกในไม่กี่วินาที หรือภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า ถูกโฉลก หรือไม่ว่า จะรู้สึกเป็นมิตร รู้สึกไว้ใจ อะไรก็แล้วแต่ มันก็เป็นความน่ารัก เป็นความรักที่สวยงาม แต่จะลงเอย เช่นไร ติดตามครับ


การเดินทางไปวัดแห่งนี้ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ระยะทางจากศรีราชา ถึงวัดประมาณ 70 กว่ากิโลเมตร สุชาครีย์ เป็นคนสุดท้าย และเป็นวันสุดท้าย ที่รับสมัคร ไปถึงวัดก็ใกล้เพลาพลบค่ำแล้ว สุชาครีย์ผู้เป็นพี่ได้เข้าร่วมนั่งฟังการอบรม ก่อนเข้าสู่บรรพชา ท่อง สวดบทต่างๆ ซักซ้อมพิธีต่าง นั่งลงไม่กี่นาที น้องๆนาคหันมาคุย ซักถามพี่สุชาครีย์ แบบไม่สนใจฟังการบรรยายของพระพี่ เลี้ยงเสียงคุย ถามไถ่จอแจ ไม่นานก็พักเบรคแบบยังไม่ทันได้ฟังอะไรเลยเพราะหมดเวลาอบรมบรรยายแล้ว
....พอเดินออกจากศาลา นาคน้อยขี่คอโยมพี่อั๋นทันที ทำเอาโยมอุปการะโยมพี่สุชาครีย์ ปลาบปลื้ม หัวเราะชอบใจที่เห็นโยมพี่สุชาครีย์ เข้ากันได้ดี จะได้ไม่เหงา พระพี่เลี้ยงนำโยมพี่อั๋นไปปลงผม ขณะปลงผมนาคน้อยคอยติดตาม คอยลุ้นการปลงผมตลอด ชนิดจ้องตาไม่กระพริบ หลังจากนั้น โยมพี่อั๋นเข้าพิธีขอขมาลาบรรพชา เสร็จพิธี นาคน้อยขอขี่คอนาคใหญ่อีก ชื่นชมพี่นาคอั๋น ดูเหมือนว่าได้พี่เลี้ยงที่จะคอยปกป้องคนใหม่แล้ว ติดตามแบบไม่ห่าง เสียงคุย เสียงหัวเราะชอบใจดังมาเป้นระยะ คนเขียนไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน คุยกันจัง 


.....รุ่งเช้า เกิดอะไรขึ้น เห็นนาคน้อยบัดดี้ของพี่นาคสุชาครีย์ อาการซึมๆ ไม่เริงร่าเหมือนเช่นเคย นั่งเงียบๆ หงอยๆ  แม้แต่พิธีเข้าบรรพชาในพระอุโบสถ แอบนั่งเหงาอยู่แถวท้ายสุด คนละมุมกับพี่นาคอั๋น คนตัวเล็กควรจะนั่งหน้าสุด อาการซึมๆ ( ช่างภาพไล่ดูภาพทีหลัง ซึมจริงๆ  ) รับการสวมอังสะจากพระคุณเจ้า นาคน้อยก็รับเป็นคนสุดท้ายช่วงเปลี่ยนผ้านาค เป็นสามเณร ( ถอดผ้าขาว เป็นผ้าเหลือง ) น้องนาคน้อยก็ไม่ได้อยู่ใกล้พี่เณรสุชาครีย์เลย 

หลังจากเปลี่ยนผ้าเสร็จ เดินเข้าพระอุโบสถอีกครั้ง เณรน้อยก็ยังหน้าตาซึมเศร้าเหมือนเดิม บางครั้งก้หันหน้าหนีหลบกล้องอีกต่างหาก
.....พรรพชาสามเณรเสร็จพิธี เดินออกจากพระอุโบสถ เณรน้อยทุกรูป ต่างก็ยิ้มกับผ้าที่ครองเหลืองอร่ามงามตา ต่างคนก็ดูการแต่งตัวของกันและกัน ดูความเรียบร้อยของแต่ละคนว่าดูดีแค่ไหน ทุกคนต่างก็ยิ้มแย้ม ปลื้มปิติ มีความสุขกันทุกคน   

 
...ยกเว้น สามเณรน้อยผู้ซึมเศร้ามาแต่เช้า เดินมาโผเข้ากอด ซบ พี่สามเณรสุชาครีย์ ทันที สีหน้าบ่งบอกถึงความเสียใจ ไม่สะบายใจ มารู้ทีหลังว่า เณรน้อยเหงา เศร้าเพราะพี่เณรอั๋น บรรพชาเสร็จจะย้ายไปจำวัดอื่นทันที โอ๋ๆๆๆ เณรน้อย ไร้เดียงสาจริงๆ น่ารัก และน่าสงสาร จับใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2016, 09:35:21 PM โดย เฒ่านรก »

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
ยังไร้เดียงสานัก...........หากเณรน้อยโตเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ เณรน้อยจะรู้ว่า ทุกอย่างมัน อนิจจัง ไม่เที่ยงแท้ และแน่นอน มีรักก็ต้องมีเกลียด อยู่ด้วยกันวันนี้ ไม่จากไม่พัดพรากกันวันนี้ วันข้างหน้าก็พัดพรากกันอยู่ดี ไม่ช้าก็นาน แล้วแต่บุญกรรม กุศลที่สร้างมา    ยามสมหวังกับสิ่งที่ต้องการ ก็มีสุข ยามผิดหวังก็โศกเศร้า เสียใจ น้อยใจ ความทุกข์ก็ตามมา ทุกอย่างมันเป็นความไม่เที่ยงแท้แน่นอน
“โดยความเป็นจริงแล้ว  ใจของคนเราไม่มีความศักดิ์สิทธิ์เพียงพอที่จะบันดาลให้ทุกสิ่งเป็นไปตามใจอยากใจยึดได้เลย  ถ้าจะเป็นได้ก็คือ การทำใจให้เข้าใจสรรพสิ่งที่เกิด  ว่าที่สุดแล้วมันก็เป็นไปตามเหตุปัจจัย  ไม่ใช่เป็นไปตามใจต้องการ  หรือหากจะเป็นได้ก็เพราะศักยภาพของใจมีสูงเนื่องด้วยผ่านการฝึกใจมาดีจนถึงขั้นมีอภิญญาจิตเท่านั้น  แต่กระนั้นก็ไม่มีอะไรเป็นสิ่งยั่งยืน  เพราะสรรพสิ่งที่เป็น “สังขาร” คือ สิ่งที่ถูกปรุงแต่งมา  ย่อมมีลักษณะเป็น “อนิจจัง” คือ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน  ทั้งในแง่ของการเป็นไปตามใจอยาก และทั้งในการทรงสภาพให้คงอยู่อย่างเที่ยงแท้ ไม่แปรเปลี่ยน”


เพราะเหตุนั้น ในทางพระพุทธศาสนาจึงสอนให้คนเรา “ไม่ยึดมั่นถือมั่น” เพราะไม่มีอะไรอยู่ยงคงที่ให้ยึดถือเลย  ยึดถือไม่ได้เลย  ยึดแล้วต้องทุกข์แน่นอน เพราะต้องผิดหวังอยู่เสมอๆ

เพราะฉะนั้น หากเราวางจิตวางใจ ปล่อยวางเสียได้ก็จะเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข  เป็นธรรมะเชิงรับอีกข้อหนึ่งซึ่งจะส่งผลให้ทุกข์หายลับไปได้  ในส่วนเชิงรุกก็ต้องตั้งมั่นกันต่อไปในการทำความดี วางเป้าหมายดีๆ ไว้ในชีวิต แต่ในทางรับก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับหรือหรือปล่อยวางกับทุกผลปรากฎที่เกิดขึ้นให้ได้ อย่างนี้เรียกว่าคนที่พร้อมยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงเสมอ แล้วความสุขก็จะอยู่ไม่ไกลจากใจโดยไม่ต้องคาดหวังให้เหนื่อยยากเข้าใจในความจริง” ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย  โดยสรุปก็คือ “ตั้งใจในความดีและเข้าใจในความจริง

รู้เท่าทันสิ่งทั้งปวงต้องเดินทางสายกลาง

สังขารของเรานี้ เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว มันก็ต้องมีแก่มีเจ็บ มีตาย ทั้งหลายเหล่านี้มันเป็นไปตามทางของมัน ถ้าเราจะไปกั้นทาง ไปห้ามทาง หรือไปเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่ไม่จริงไม่จังอย่างนั้นอยู่เรื่อยไป โดยเข้าใจว่า มันเป็นตัวตนของเรา เราก็จะมีแต่ความทุกข์ ฉะนั้นสมเด็จพระบรมศาสดาท่านจึงทรงสอนให้พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นพระหรือเณร หรือฆราวาสให้พิจารณาแล้วทำความเห็นให้ถูกต้อง เมื่อมีความเห็นถูกต้องแล้วก็สงบสบาย

โอวาทที่สมเด็จพระบรมศาสดาท่านทรงกำชับสาวกมากที่สุดว่า ให้พยายามเข้าให้ถึงอันนี้ ที่เป็นสัมมาปฏิปทา ถ้าไม่ปฏิบัติให้ถึงทางสายกลาง ไม่ตรงเข้าไปถึงทางสายกลางให้ได้แล้ว ก็จะไม่มีวันพ้นทุกข์

เรียบเรียงโดย เฒ่านรก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2016, 11:55:58 AM โดย เฒ่านรก »

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
เฝ้า ส่งยิ้ม.........

โลกใบน้อยใบนี้ หากทุกคนมีความรักให้แก่กัน ไม่ทำลาย ไม่อิจฉาซึ่งกันและกัน  โลกจะดูสวยขึ้นเยอะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2016, 07:26:24 AM โดย เฒ่านรก »

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง  ขอเตียงตั้ง ให้น้องข้านอน
ขอละคร ให้น้องข้าดู  ขอยายชู เลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2016, 12:04:15 PM โดย เฒ่านรก »

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
ติดตามพี่เณรไปทุกที่

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
นาคน้อย

 การทำประทักษิณ(เดินเวียนขวารอบสีมา)

การทำประทักษิณในทางพระพุทธศาสนา คือ การกระทำที่สุจริตถูกต้องชอบธรรมทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ การหมุนไปทางขวาคือการหมุนไปสู่ความดีทั้งทางกาย วาจา และใจ ตรงกันข้ามกับการหมุนไปด้านซ้ายเป็นการหมุนทวนความดี คือ การกระทำที่เป็นทุจริตทางกาย วา และใจ

    การทำประทักษิณเวียนขวารอบสีมาก่อนเข้าโบสถ์บวชเป็นพระภิกษุ  นอกจากจะเป็นการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมโบราณแล้ว ยังเป็นอุบายที่คนโบราณสอนให้รู้ว่า  สิ่งที่จะทำต่อไปนี้เป็นการกระทำที่สุจริตถูกต้องชอบธรรมทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ 

     นอกจากนั้น การทำประทักษิณก่อนเข้าสู่พิธีอุปสมบท  ยังเป็นช่วงเวลาให้นาคได้มีโอกาสทำสมาธิรวบรวมจิตใจไม่ให้ตกประหม่าตื่นเต้นจนเกินเหตุ ญาติของนาคจึงไม่ควรส่งเสียงหรือโห่ร้อง ร้องรำทำเพลง ประโคมดนตรีอันจะเป็นการรบกวนสมาธิของนาค

การทำประทักษิณเวียนขวารอบสีมาเป็นการแสดงความเคารพ เพื่อให้ผู้บวชก้าวไปสู่ความดีงาม  จึงไม่ควรให้นาคขี่คอ  ขึ้นคานหาม หรือแบกหามซึ่งจะดูไม่เรียบร้อย หากพลัดตกลงมาอาจเป็นอันตรายจนถึงบวชไม่ได้  จึงควรให้นาคเดินตามปกติ

    คติเกี่ยวกับการให้นาคขี่คอ สืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่าพระพุทธเจ้าออกผนวชด้วยการขี่ม้ากัณฑกะ   จนได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ  เที่ยวสั่งสอนเวไนยสัตว์   ในสมัยต่อมาผู้ที่จะบวชจึงนิยมขี่ม้าแห่แหนกันอย่างเอิกเกริกก่อนเข้าโบสถ์ประกอบพิธีอุปสมบท 

    แต่เนื่องจากบางท้องถิ่นหาม้าได้ไม่ง่าย  จึงให้นาคขี่คอคนแทนม้า   บางแห่งให้นาคนั่งบนเตียงที่มีคนหามแทนการขี่คอ  จึงกลายเป็นประเพณีที่ยอมรับสืบทอดกันอย่างกว้างขวาง  ว่าผู้ที่จะบวชต้องขี่คอ   เสมือนหนึ่งพระพุทธองค์ขี่ม้าออกผนวช 

 เนื่องจากการเดินเวียนขวารอบสีมาเป็นการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมโบราณ จะใช้เฉพาะกรณีที่ต้องการแสดงความเคารพเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น   ผู้บวชจึงต้องให้ความสำคัญอย่างมาก

ข้อปฏิบัติที่เหมาะสมเกี่ยวกับการเดินปทักษิณเวียนขวารอบสีมาควรปฏิบัติ  ดังนี้

    เมื่อแต่งชุดนาคเสร็จแล้ว  ให้นาคประณมมือโดยมีดอกไม้ที่เตรียมไว้อยู่ในมือเดินทำปทักษิณ(1) (เวียนขวา) รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ จะมีผู้กั้นสัปทนให้นาคก็ได้ การทำปทักษิณให้เริ่มต้นจากสีมาตรงกลางด้านหน้าอุโบสถ (เริ่มจากสีมาที่จะวันทา) ส่วนญาติๆ ถือบริขารพร้อมทั้งเครื่องไทยทานที่จัดเตรียมไว้

ตามความนิยมโดยทั่วไปบิดาสะพายบาตรถือตาลปัตร ส่วนมารดาถือพานแว่นฟ้าสำหรับใส่ผ้าไตรครองเดินตามหลังนาค แถวถัดมาเป็นธูปเทียนแพ เครื่องไทยทานสำหรับพระอุปัชฌาย์และพระคู่สวด และเครื่องบริขารอย่างอื่นโดยลำดับ ในขณะเดินให้นาคสวดบทพุทธคุณ  ธรรมคุณ สังฆคุณ ดังนี้  "อิติปิโส   ภะคะวา อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต  โลกะวิทู อะนุตตะโร  ปุริสะทัมมะสาระถิ  สัตถา  เทวะมะนุสสานัง   พุทโธ   ภะคะวาติ ฯลฯ" หรือจะภาวนา "พุทโธๆ" ตามจังหวะเท้าที่ก้าวย่างก็ได้

  การเดินเวียนขวารอบอุโบสถเป็นการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมโบราณ ญาติที่มาร่วมพิธีจึงไม่ควรโห่ หรือส่งเสียงเอิกเกริกเฮฮา เหมือนงานรื่นเริงอื่นๆ ควรอยู่ในอาการสำรวมกาย วาจา และใจ ไม่ควรมีการแสดงการละเล่นใดๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่แล้ว  ยังไม่เป็นการรบกวนสมาธิของนาคอีกด้วย

เมื่อเดินครบ ๓ รอบแล้ว นาคต้องวันทาสีมาหน้าอุโบสถก่อนเข้าไปในเขตสีมา โดยเริ่มต้นตามขั้นตอนการวันทา   ต่อไปนี้

   นาควางดอกไม้เครื่องสักการะไว้บนพานที่เตรียมไว้ บางแห่งให้จุดธูปเทียนด้วย  แต่โดยมากนิยมให้ดอกไม้ธูปเทียนไว้บนพานหรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่จัดเตรียมไว้ โดยมากไม่จุดธูปเทียน นาคกราบสีมา ๓ หน แล้วยืนขึ้นว่า

คำวันทาสีมา

   อุกาสะ  วันทามิ  ภันเต // สัพพัง   อะปะราธัง  ขะมะถะ  เม  ภันเต// มะยา  กะตัง ปุญญัง สามินา อนุโมทิตัพพัง// สามินา  กะตัง  ปุญญัง  มัยหัง  ทาตัพพัง// สาธุ/ สาธุ/ อนุโมทามิ ฯ

คำแปล

   ขอโอกาสขอรับ  กระผมขอกราบไหว้   ท่านขอรับ  ขอท่าน  จงยกโทษที่ได้ล่วงเกินทั้งปวงให้กระผมด้วย ขอท่านโปรดอนุโมทนาบุญที่กระผมได้กระทำ  และขอท่านโปรดให้บุญที่ท่านได้ทำแก่กระผมด้วย   สาธุ  สาธุ   กระผมขออนุโมทนา

นั่งคุกเข่าประณมมือว่า

สัพพัง  อะปะราธัง  ขะมะถะ  เม  ภันเต  //  อุกาสะ  ทะวารัตตะเยนะ  กะตัง  /  สัพพัง  อะปะราธัง  ขะมะถะ เม ภันเต ฯ

คำแปล

  ท่านขอรับ ขอท่านโปรดยกโทษที่ได้ล่วงเกินทั้งปวงให้กระผมด้วย  ท่านขอรับ ขอท่านโปรดยกโทษที่ได้ล่วงเกินทั้งปวง  ที่กระผมได้ทำทางทวารทั้ง ๓  ทาง (คือ กาย วาจา และใจ) 

กราบ ๑ หน แล้วยืนขึ้นว่า

วันทามิ  ภันเต  // สัพพัง  อะปะราธัง ขะมะถะ  เม  ภันเต  //  มะยา  กะตัง  ปุญญัง  สามินา  อนุโมทิตัพพัง//  สามินา  กะตัง ปุญญัง  มัยหัง ทาตัพพัง//  สาธุ /  สาธุ/  อนุโมทามิ  ฯ

คำแปล

   ท่านขอรับ  กระผมขอกราบไหว้   ขอท่านโปรดยกโทษที่ได้ล่วงเกินทั้งปวงให้กระผมด้วย   ขอท่านโปรดอนุโมทนาบุญที่กระผมได้กระทำ  และขอท่านโปรดให้บุญที่ท่านได้ทำแก่กระผมด้วย   สาธุ  สาธุ   กระผมขออนุโมทนา

    นาคนั่งคุกเข่ากราบ ๓ หน จากนั้นเข้าไปภายในพระอุโบสถ ในขณะเข้าประตูโบสถ์ไม่ควรยกนาคข้ามธรณีประตู หรือยกขึ้นเพื่อเอามือแตะคานประตู  ตามที่นิยมปฏิบัติกันโดยขาดความเข้าใจ เพราะอาจพลัดตกลงมาแขนขาหักได้   ให้นาคเดินเข้าโบสถ์ตามปกติ  โดยบิดามารดาและญาติจะแตะที่ตัวนาคตามเข้าไปก็ได้

________________________________

(1) เดินเวียนขวา  หมายถึง ขวามือพระประธาน ไม่ใช่ขวามือของนาค

ที่มาจากหนังสือ ลูกผู้ชายต้องบวช ผู้แต่ง ญาณวชิระ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2016, 07:56:41 AM โดย เฒ่านรก »

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
การบรรพชา

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
รับอังสะ คนสุดท้าย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2016, 09:10:02 AM โดย เฒ่านรก »

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2016, 09:12:00 AM โดย เฒ่านรก »

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
 a11 a11 a12 a12 a12

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
 c16 c16 c16 c16

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
ด้วยรัก และห่วงใย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2016, 08:43:42 AM โดย เฒ่านรก »

ออฟไลน์ เฒ่านรก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 2252
    • ดูรายละเอียด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 15, 2016, 11:10:37 AM โดย เฒ่านรก »

 


รับทำเว็บ สมุทรปราการ


View My Stats