นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น


นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น
ประวัติความเป็นมาของยาบ้า
ยาบ้า เป็นชื่อที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งขึ้นแทนชื่อ ยาม้า เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง แต่เดิมนิยมเรียกว่า ยาม้า เพราะมาจากเครื่องหมายการค้าของบริษัท WELLCOME ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ส่งยาชนิดนี้มาขายในประเทศไทย ยาบ้ามีสารประกอบหลักในกลุ่ม Amphetamine เป็นยาอันตรายที่แพร่หลายทั่วไป
ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เพราะผลิตง่าย และมีความต้องการของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น

Amphetamine เป็นสารที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาในปี ค.ศ.1887 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อ เอเดเลียโน (EDELENO) ในรูปของแอมเฟตามีน
ซัลเฟต(Amphetamine Sulfate) ต่อมาในปี ค.ศ.1888 นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นก็สามารถสังเคราะห์อนุพันธ์ของแอมเฟตามีนได้อีกตัวหนึ่งคือ เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางได้รุนแรงกว่า แอมเฟตามีน และยาบ้าที่ระบาดในประเทศไทยขณะนี้
ก็มีสารประกอบหลักเป็นเมทแอมเฟตามีนนี้เอง
ในอดีตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แอมเฟตามีนถูกใช้เป็นยารักษาโรคหลายชนิด ที่นิยมแพร่หลายเป็น
ยาดมแก้หวัดคัดจมูก ชื่อ ยาเบนซีดริน (Benzedrine) มีไส้กระดาษชุบด้วยน้ำยา บรรจุไว้ในหลอดให้สูดดม แต่ก็มีผู้นำมาใช้ในทางที่ผิดเพื่อกระตุ้น
ร่างกาย และลดความอ้วน โดยนำไส้กระดาษซับมาจุ่มน้ำ เพื่อละลายตัวยาแล้วนำมาใช้กินแทน ต่อมามีการผลิตแอมเฟตามีนอยู่ในในรูปยาเม็ด
ใช้กันอย่างแพร่หลายจนกลาย เป็นยาสามัญประจำบ้าน ไม่ต้องมีใบสั่งยาก็ซื้อหามาใช้ได้ ในขณะนั้นมีการโฆษณาสรรพคุณของ แอมเฟตามีนว่า
สามารถรักษาโรค ได้หลายโรค เช่น โรคจิต โรคประสาท เป็นต้น โดยไม่ได้ตระหนักถึงฤทธิ์ของยาที่ทำให้เสพติดกันมากนัก และมีประชาชนจำนวน
มากที่นำมาใช้ในทางที่ผิด จนกระทั่งในปี ค.ศ.1939สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาประกาศให้ยาจำพวกแอมเฟตามีน
เป็นยาควบคุม ซึ่งต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์จึงจะซื้อได้ ทำให้การใช้ยาชนิดนี้ลดน้อยลงจากท้องตลาด และเริ่มมีการผลิตและจำหน่ายอย่างผิดกฎหมาย
อย่างแพร่หลายวิธีเสพยาบ้าทำได้หลายวิธี เช่น รับประทาน หรือนำไปผสมลงในเครื่องดื่มครั้งละ 1-2 เม็ด หรือบางครั้งอาจใช้วิธีฉีดเข้าเส้นแต่ไม่ค่อย
ได้รับความนิยม วิธีที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ วิธีสูบ หมายถึงการใช้หลอดสูบเอาควันที่ได้จากการเผาไหม้เม็ดยาเข้าทางปาก คล้ายกับการสูบบุหรี่
ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่มีอันตรายต่อร่างกายอย่างยิ่ง เพราะตัวยาจะออกฤทธิ์ต่อร่างกายอย่างรุนแรงและรวดเร็วกว่าวิธีการเสพในรูปแบบอื่นประเภทของยาจัด
เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ชนิดร้ายแรง)ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น

แหล่งผลิต
การผลิตยาบ้าอาศัยเทคโนโลยีและสารตั้งต้นที่หาง่ายกว่าเฮโรอีนมาก การผลิตแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ การผลิตหัวเชื้อยาบ้า และการผลิตประเภทอัดเม็ด โดยแหล่งผลิตใหญ่
ของยาบ้าเป็นชนกลุ่มน้อยตามชายแดนไทย – พม่า ทำการผลิตแบบครบวงจรทั้งผลิต
หัวเชื้อและผลิตอัดเม็ด ซึ่งสามารถผลิตได้ปีละหลายร้อยล้านเม็ด และตลาดส่วนใหญ่ของ
ผู้ผลิต ก็คือเยาวชนของไทยผิดกับเฮโรอีนซึ่งประเทศไทยมักจะเป็นทางผ่านเพื่อส่งต่อ
ไปยังประเทศอื่น

สำหรับการผลิตในประเทศเป็นการผลิตอัดเม็ดโดยใช้หัวเชื้อยาบ้าจากพื้นที่ชายแดน
ภาคเหนือเป็นหลัก โดยมีฐานการผลิตอยู่ไม่น้อยกว่า 15 จังหวัดเป็นแหล่งอัดเม็ด
ขนาดใหญ่ ที่สามารถอัดเม็ดยาบ้าเป็นจำนวนล้านเม็ด แต่ที่ร้ายแรงไปกว่านั้น ปัจจุบันเรายังพบหลักฐานว่ามีการอัดเม็ดในลักษณะอุตสาหกรรมครัวเรือน
(Home Lab) โดยมีอุปกรณ์ตอกเม็ดขนาดเล็กซึ่งตอกเม็ดยาบ้าที่ผสมแอมเฟตามีน
กับสารประกอบอื่นๆ เช่น คาเฟอีน อีฟีดีน และแป้ง เป็นต้น กระจายอยู่ทั่วประเทศ

 
การแพร่ระบาด
สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาบ้ามีแนวโน้มสูงขึ้น “ยาบ้า” ที่แพร่ระบาดในประเทศมีทั้งที่ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศและที่ลักลอบ
ผลิตภายในประเทศ เนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตเฮโรอีนหันมาผลิตยาบ้ามากขึ้น เพราะขบวนการผลิตยาบ้าทำได้ง่ายกว่า และลงทุนน้อยกว่า แต่ผลกำไรสูง และที่สำคัญตลาด”ยาบ้า” อยู่ในประเทศไทยนี่เอง เส้นทางลำเลียงจากผู้ผลิตไปสู่ผู้ค้ารายย่อย จนถึงผู้บริโภคทำได้ง่ายกว่าเฮโรอีน ยาบ้าจึงมีสภาพการแพร่ระบาดสูง พื้นที่ที่แพร่ระบาดมาก คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ ตามลำดับ


การบำบัด
การบำบัดรักษาผู้ติดยาบ้าไม่ใช่การทำให้ร่างกายปลอดจากยาเสพติด แต่เป็นการบำบัดรักษาความผิดปกติของร่างกายจากผลของยาเสพติด คือ ความผิดปกติของระบบประสาท โดยเฉพาะสมองส่วนกลาง (Central nervous system) และสารสื่อเคมีสมอง (Neurotransmitter) สมองของผู้ติดยาเสพติดต้องการฤทธิ์ของยาเสพติดที่จะกระตุ้นให้ระบบสมองทำงานอย่างปกติ หากช่วงใดขาดยาเสพติดไปกระตุ้นก็จะเกิดอาการ
ผิดปกติขึ้นอาการผิดปกติของร่างกายที่เห็นทันทีที่หยุดยาบ้า คือ อาการถอนพิษยา ซึ่งจะมีอาการหิวบ่อย กินจุ กระวนกระวาย อ่อนเพลียและมีความรู้สึก
จิตใจหดหู่ บางรายมีอาการถึงขนาด อยากฆ่าตัวตาย ในระยะนี้ ผู้ติดยาบ้าจะอยากนอนและนอนเป็นเวลานานในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกต่อจากอาการ
ถอนพิษยา ผู้ติดยาบ้าจะมีอาการอยากยามาก ในช่วงนี้ผู้ติดยาเสพติดจะมีความ รู้สึกไม่เป็นสุข ไม่มีกำลังทั้งทางร่างกายและจิตใจอยากที่จะใช้ยาเพื่อ
กระตุ้นร่างกายและจิตใจให้เกิดความกระชุ่มกระชวยกลับมาใหม่การบำบัดรักษายาบ้าในช่วงแรก เป็นการบำบัดรักษาเพื่อลดอาการถอนพิษยาจึงเป็นการ
ให้ยาตามอาการ เพื่อลดความเครียด อาการซึมเศร้า หรืออาการทางจิตอื่นๆ เช่น อาการหวาดระแวง เพื่อให้ผู้ติดยาเสพติดสามารถประคับประคอง
ตนเองผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ หลังจากหยุดยาบ้าประมาณ 3-4 สัปดาห์ อาการถอนพิษยาและอาการอยากยาจะลดน้อยลงแม้ว่าผู้ติดยาบ้าที่ผ่านการ
บำบัดรักษาขั้นถอนพิษยาแล้ว จะมีสุขภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้น ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่ความผิดปกติของระบบสมอง พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม
ยังไม่ได้แก้ไข จำเป็นที่จะต้องเข้าสู่ขั้นตอน ฟื้นฟูสมรรถภาพ ต่อไป เพื่อให้ผู้ติดยาบ้าหายขาดไม่หวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีก
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น

การที่ต้องผ่านขั้นตอนฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อฟื้นฟูให้สมองของผู้ติดยาเสพติด กลับมาเป็นสมองของคนปกติ เนื่องจากระบบประสาทของคนติดยาต้องการเสพติดเป็นประจำ เพื่อกระตุ้นให้มีสารเคมีสมองพอเพียงที่จะทำให้เกิดความสุขไม่วิตกกังวล หากขาดการกระตุ้นจากยาเสพติด สมองของผู้ติดยาเสพติดจะมีปฏิกริยาตรงกันข้าม คือผู้ติดยาจะหงุดหงิดไม่เป็นสุข มีความเครียด วิตกกังวลและมีความอยากที่จะกลับไปเสพ ยาเสพติดอีกดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรให้ส่วนต่างของสมอง ได้ปรับตัวกลับเป็น ปกติในช่วงที่ระบบสมองปรับตัวเป็นปกติ ผู้ติดยาเสพติดต้องไม่หวนกลับไปเสพยาเสพติดอีก


 
นอกจากระบบสมองแล้ว พฤติกรรมและสภาพแวดล้อมของผู้ติดยาต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น ในกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพมีหลายวิธีการ
ที่จะช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติด เช่น การเข้าค่ายฟื้นฟูฯ การให้ คำปรึกษา การทำจิตบำบัด และชุมชนบำบัด เป็นต้น เพื่อให้ผู้ติดยาเสพติดเข้าใจถึงปัญหา
ของตนเองที่นำไปสู่การเสพยาเสพติด ปรับสภาพครอบครัวให้สมาชิกในครอบครัวได้เข้าใจปัญหาและช่วยกันดูแลประคับประคองผู้ติด ยาเสพติด ปรับสภาพกลุ่มเพื่อนให้ห่างไกลจากเพื่อนที่จะมาชักชวนให้เสพยาเสพติด สร้างความมั่นคงทางจิตใจผ่านทางผู้เกี่ยวข้องหรือกลุ่มที่เลิกยาแล้ว ให้ผู้ติดยาเสพติดสามารถยืนหยัดแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยไม่หวนกลับไปเสพยาอีก


การบำบัดรักษายาบ้าให้หายขาด ไม่หวนกลับไปเสพใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา และความช่วยเหลือจากผู้ที่ใกล้ชิด การบำบัดรักษา
เฉพาะอาการในช่วงถอนพิษยาอย่างเดียวไม่เป็นการเพียงพอจำเป็นต้องมีกระบวน การฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งปรับพฤติกรรม
สภาพแวดล้อมทั้งในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนให้ดีขึ้น จึงจะทำให้ผู้ติดยาเสพติดหลุดพ้นจากการเป็นทาสยาเสพติดได้อย่างถาวร


 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
-
-
-
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
     2  3    
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น